SMART NEWS

ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ประชุมร่วมแก้ไขปัญหาการขนย้ายกากแคดเมียม 19 เม.ย. 67 11:04 น.

สถานการณ์ในประเทศ

คิกออฟวอร์รูม”กรอ.พาณิชย์”นัดแรก ชูเร่งรัด6เรื่องต้องคืบใน3-6เดือน

views

    นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือคณะทำงานรองรับสถานการณ์การค้าครั้งแรก ตามที่คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์ (กรอ.พาณิชย์) ซึ่งมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน ได้มอบหมายไว้ในการประชุมเมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่า การจัดตั้งคณะทำงานวอร์รูม มีเป้าหมายเพื่อติดตามสถานการณ์การค้าสำคัญ โดยเฉพาะสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่ส่งผลกระทบทางด้านการค้า การลงทุน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งไทยต้องหาแนวทางการรับมือที่เหมาะสมทั้งเชิงรุกและเชิงรับสำหรับระยะสั้นและระยะยาว นอกจากเรื่องสงครามการค้าแล้ว ที่ประชุม กรอ. พณ. ได้มอบให้คณะวอร์รูม หาแนวทางปลดล็อคปัญหาอุปสรรคการค้าด้านต่าง ๆ เพื่อผลักดันการส่งออกและการค้าชายแดน โดยจะรายงานความคืบหน้าต่อ กรอ.พาณิชย์ เป็นประจำทุกเดือน

    ทั้งนี้ คณะทำงาน ประกอบด้วยผู้แทนทั้งหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ธนาคารแห่งประเทศไทยสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และภาคเอกชน ได้แก่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย โดยมีสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เป็นกรรมการและเลขานุการ

    นายบุณยฤทธิ์ กล่าวว่า การประชุมครั้งแรกได้หารือถึงองค์ประกอบ หน้าที่ความรับผิดชอบ และแนวทางการดำเนินงานของคณะทำงานวอร์รูม ว่าจะมุ่งเน้นมาตรการหรือการดำเนินการที่เกิดผลรวดเร็วในระยะสั้น (3-6 เดือน) และระยะกลาง (1 ปี) ในขณะเดียวกัน จะไม่ละเลยประเด็นเชิงยุทธศาสตร์หรือนโยบายระยะยาวโดยที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อมูลและแสดงความเห็นในประเด็นการค้าที่ต้องเร่งผลักดันต่อจากที่ประชุม กรอ.พาณิชย์ โดยเฉพาะ 1.การรับมือสงครามการค้า ซึ่งต้องดำเนินการควบคู่กันทั้งด้านการรับมือเบี่ยงเบนทางการค้า การรุกตลาดและการส่งออก การเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และการลงทุน โดยมีสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าเป็นฝ่ายเลขานุการ 2. การส่งเสริมการส่งออก การส่งเสริมตลาดและ SMEs อาทิ การจัดทำกลยุทธ์รายสินค้า/รายตลาด รอบ 3 – 6 เดือน การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างเอกชนและทูตพาณิชย์ และการช่วยเหลือ SMEs เข้าถึงตลาดใหม่หรือการประกันความเสี่ยง โดยมีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเป็นแกนหลัก

    นายบุณยฤทธิ์ กล่าวว่า 3. การค้าชายแดน โดยใช้กลไกคณะกรรมการส่งเสริมการค้าชายแดนและการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน และกรมการค้าต่างประเทศเป็นเลขานุการ เพื่อหารือกับประเทศเพื่อนบ้านหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และปลดล็อคกฎระเบียบหรืออุปสรรคต่างๆ โดยเร็วที่สุด 4. การเจรจา FTA และความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั้งระดับทวิภาคี พหุภาคี หรือภูมิภาค เช่น RCEP ไทย-ตุรกี ไทย-ปากีสถาน ไทย-ศรีลังกา ไทย-สหภาพยุโรป ไทย-สหราชอาณาจักรโดยมีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเป็นหน่วยงานหลัก

    นายบุณยฤทธิ์ กล่าวต่อว่า 5. การอำนวยความสะดวกทางการค้า อาทิ การผลักดันให้ National Single Window เสร็จสมบูรณ์ และเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (National Digital Trade Platform)ของภาคเอกชน และการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศ/สนค. จะเป็นแกนกลางประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 6. กฎหมาย ระเบียบ และมาตรการทางการค้า อาทิ การติดตามและแจ้งเตือนอุปสรรคมาตรการที่มิใช่ภาษี (NTBs/NTMs) ของกลุ่มประเทศในอาเซียน การแก้ไขปัญหาการค้ากับอินเดียซึ่งใช้พิกัดศุลกากรที่ล้าหลังและไม่ตรงกับไทย ซึ่งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และกรมการค้าต่างประเทศจะช่วยกันดำเนินการ

    นายบุณยฤทธิ์ กล่าวว่า นอกจากประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่เป็นประเด็นสำคัญของวอร์รูมแล้ว ประเด็นความไม่แน่นอนอื่น ๆ เช่น การออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (Brexit) ก็เป็นปัจจัยกดดันภาพรวมเศรษฐกิจการค้าโลก และกระทบต่อโครงสร้างการส่งออกของไทยในทั้งช่วงปลายปีนี้และในอนาคต

    “ภาคเอกชนในวันนี้ก็ได้รับทราบความคืบหน้าของการเตรียมการเจรจาเอฟทีเอต่างๆ ผมได้ย้ำให้หน่วยงานภาครัฐเตรียมระบบรองรับความตกลงที่จะเจรจาเสร็จเร็ว ๆ นี้ เช่น อาร์เซ็ป(RCEP) ให้เอกชนสามารถใช้ประโยชน์ได้โดยเร็วที่สุด โดยขอให้ฝ่ายภาคเอกชนกระจายข้อมูลข่าวสารให้ผู้ประกอบการและผู้ส่งออกเตรียมส่งออกด้วย “

     นายบุณยฤทธิ์ กล่าวว่า คณะทำงานวอร์รูมเน้นการดำเนินงานที่คล่องตัว ให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างภาครัฐและเอกชนให้เป็นระบบมากขึ้น ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะเร่งจัดตั้งคณะทำงานวอร์รูมอย่างเป็นทางการ และนำประเด็นทางการค้าและข้อเสนอที่ได้จากการประชุมในวันนี้มาจัดกลุ่มและลำดับเวลา ระยะสั้น และระยะกลาง เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ และรายงานความคืบหน้าต่อที่ประชุมกรอ.พาณิชย์ครั้งต่อไปภายในปลายเดือนกันยายนนี้ “นายบุณยฤทธิ์ กล่าว

TW-headbar