รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น ชื่นชม “พลเอก สุระ สายอุบล” ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกลาโหม…
27 กุมภาพันธ์ 2569 13:02 น.
27 กุมภาพันธ์ 2569 13:02 น.
23 มกราคม 2569 12:01 น.
19 มกราคม 2569 12:01 น.
26 กุมภาพันธ์ 2569 09:02 น.
คณะกรรมการมรดกโลกของ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) มีมติเมื่อวานนี้ ระหว่างจัดการประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 42 ที่กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน ระหว่างวันที่ 24 มิ.ย.-4 ก.ค.นี้ ขึ้นทะเบียนสถานที่สำคัญหลายแห่งในทวีปเอเชียให้เป็นมรดกโลก ประกอบด้วย กลุ่มวัดโบราณ 7 แห่งซึ่งตั้งกระจายอยู่ท่ามกลางหุบเขาในเกาหลีใต้ ได้แก่ วัดซอนัมซา แทฮองซา บ็อปจูซา มาก็อกซา ทองโดซา บองจองซา และบูซ็อกซา ซึ่งมีหลักฐานว่าเป็นศาสนสถานที่ก่อสร้างขึ้นในสมัยสามราชอาณาจักร ได้แก่ จักรวรรดิโคกูรยอ แพ็กเจ และชิลลา ช่วงเวลาระหว่างศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาล ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 7 ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทรงวัฒนธรรมร่วมกัน ยูเนสโกระบุว่า วัดทั้ง 7 วัดนี้ ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการดำรงอยู่ของศาสนาพุทธในเกาหลีใต้ ว่ามีอยู่ยาวนานมากกว่า 1,000 ปีแล้ว ส่วนกลุ่มโบสถ์ 12 แห่ง ซึ่งตั้งกระจายกันอยู่ตามหมู่บ้าน 10 แห่ง ในจังหวัดนางาซากิ ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ซึ่งมีอายุเก่าแก่มากกว่า 4 ศตวรรษ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเช่นกัน โดยคณะกรรมการของยูเนสโก ลงมติว่าโบสถ์ทั้ง 12 โบสถ์นี้ ถือเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์และสังคม เกี่ยวกับการเผยแพร่ศาสนาคริสต์เข้าสู่ญี่ปุ่น ขณะที่โบราณสถาน 8 แห่ง ในจังหวัดฟาร์ส ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่าน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอารยธรรม จากสมัยจักรวรรดิซาสซานิยะห์ ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก ให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เพิ่มจำนวนสถานที่สำคัญที่เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในอิหร่านเป็น 24 แห่งแล้ว สำหรับสถานที่สำคัญแห่งอื่นบนโลก ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากยูเนสโก รวมถึง เขตล่าสัตว์ขนาดใหญ่ของชาวเอสกิโม "Aasivissuit-Nipisat" (อาสิวิสสุท-นิพิแสท) ในเขตปกครองตนเองกรีนแลนด์ ของเดนมาร์ก และกลุ่มอาคารแบบอาร์ตเดคโค ในนครมุมไบ ของอินเดีย