
ชาวปากีสถานกว่า 2 แสนคนอพยพหนีน้ำท่วม
28 สิงหาคม 2568 13:08 น.
ประธาน ICRC ชื่นชมไทยยึดกรอบกฏหมายระหว่างประเทศ 29 ส.ค. 68 09:08 น.
28 สิงหาคม 2568 13:08 น.
28 สิงหาคม 2568 09:08 น.
27 สิงหาคม 2568 11:08 น.
27 สิงหาคม 2568 11:08 น.
พรรคสายกลาง "ลีพุบลิก ออง มาร์ช” หรือ REM ของประธานาธิบดี เอมมานูเอล มาครง พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์การเมืองฝรั่งเศสครั้งใหญ่ ด้วยการกวาดเสียงส่วนใหญ่ ในสภาผู้แทนราษฎร ในการเลือกตั้งรอบสองเมื่อวันอาทิตย์ . ผลการนับคะแนนบางส่วน ชี้ว่า พรรค REM ที่เพิ่งตั้งได้เพียงปีกว่าและพันธมิตร อาจได้ที่นั่งรวมกันระหว่าง 355-425 ที่นั่ง จากทั้งหมด 577 ที่นั่ง ในขณะที่นักการเมือง ที่มีชื่อเสียงหลายคนพากันสอบตก ทำให้สภาฯ เต็มไปด้วย ส.ส.เจนเนอเรชั่นใหม่ มีผู้หญิงมากขึ้นและหลากหลายเชื้อชาติมากขึ้น . ถ้าผลการเลือกตั้งได้รับการยืนยัน ก็จะทำให้พรรค REM และพันธมิตร ครองเสียง ข้างมากในสภาอย่างเด็ดขาดที่สุด ในยุคหลังสงคราม และจะทำให้ มาครง ประธานาธิบดีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส นับแต่นโปเลียน ซึ่งมีแนวคิด สนับสนุนสหภาพยุโรป หรือ EU สามารถผลักดันโครงการส่งเสริมภาคธุรกิจได้อย่างอิสระ . การเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ มีผู้ออกไปใช้สิทธิ์เพียงแค่ 44 % ขณะที่การเลือกตั้งรอบแรก มีผู้ออกไปใช้สิทธิ์ต่ำที่สุดในรอบ 60 ปี . มารีน เลอ เปน คู่แข่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของมาครง ได้รับเลือกตั้งเข้าไปในนั่ง ในสภาเป็นครั้งแรก แต่พรรคขวาจัด“เนชั่นแนล ฟรอนท์” หรือ FN ของเธอ ทำผลงาน ได้น่าผิดหวัง เพราะน่าจะได้ที่นั่งเพียงอย่างน้อย 6 ที่นั่งเท่านั้น ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้คือ 15 ที่นั่ง ขณะที่พรรคสังคมนิยมของอดีตประธานาธิบดี ฟรองซัวส์ ออลลองด์ ประสบ ความเสียหายรุนแรงที่สุด เนื่องจากได้รับการคาดหมายว่า จะสูญเสียที่นั่งมากกว่า 200 ที่นั่ง และเหลือ ส.ส.เพียง 20 คน อันเนื่องมาจากปัญหาการว่างงาน, ความไม่สงบ ในสังคม และประชาชนขาดความเชื่อมั่น ( ภาพ EPA )