
ชาวปากีสถานกว่า 2 แสนคนอพยพหนีน้ำท่วม
28 สิงหาคม 2568 13:08 น.
ประธาน ICRC ชื่นชมไทยยึดกรอบกฏหมายระหว่างประเทศ 29 ส.ค. 68 09:08 น.
28 สิงหาคม 2568 13:08 น.
28 สิงหาคม 2568 09:08 น.
27 สิงหาคม 2568 11:08 น.
27 สิงหาคม 2568 11:08 น.
เพียง 1 เดือน หลังจากประธานาธิบดี เอมนูเอล มาครง ก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีของ ฝรั่งเศส พรรคลา ลีพูบลิ๊ก อองมาร์ช (Republic on the Move) หรือ LREM ที่เพิ่งตั้งได้ ปีเดียวของเขา ก็ทำท่าว่าจะโค่นพรรคการเมืองหลักได้อีก ในศึกเลือกตั้งสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรรอบแรก ที่จะทำให้ผู้นำวัย 48 ปี ซึ่งมีอายุน้อยที่สุดนับตั้งแต่ยุคนโปเลียน สามารถทำตามคำสัญญาที่ว่า จะปฏิรูปฝรั่งเศสทั้งในเรื่องการเมือง และเรื่องเศรษฐกิจ ที่ได้ชื่อว่ามีขนาดใหญ่อันดับ 2 ของยูโรโซน . นับเป็นการพ่ายแพ้อย่างยับเยินอีกครั้ง สำหรับพรรคการเมืองสายอนุรักษ์นิยม และ สังคมนิยม ที่เคยผลัดกันครองอำนาจในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา จนกระทั่งมาครง ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อเดือนพฤษภาคม ที่เป็นการแบ่งขั้วซ้าย-ขวา อย่างชัดเจน . ตัวเลขของกระทรวงมหาดไทย ชี้ว่า LREM และพรรคพันธมิตรคือ โมเดม น่าจะได้ คะแนนเสียงรวมกัน 31.9 % ส่วนพรรครีพับลีกันส์ หรือ LR ที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยม กับพรรคพันธมิตรกลางขวา ยูเนียน ออฟ เดโมแครต แอนด์ อินดิเพนเดนท์ส ได้ 18.9 % พรรคเนชั่นแนล ฟรอนท์ 13.8% และพรรคสังคมนิยม 7.45 % . โพลล์หลายสำนักชี้ว่า พรรคของมาครงและพันธมิตรอาจกวาดที่นั่งถึง 3 ใน 4 โดยได้ 390-445 ที่นั่ง จากทั้งหมด 577 ที่นั่ง หลังการเลือกตั้งรอบสองในวันที่ 18 มิถุนายน ซึ่งเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่สมาชิกหัวอนุรักษ์ของ ชาร์ลส เดอ โกล ได้ที่นั่งมากกว่า 80% ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2511