SMART NEWS

เกาหลีใต้ระงับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 22 ก.ย. 63 17:09 น.

สถานการณ์ต่างประเทศ

ทรัมป์-ไบเดนโต้แหลก หยิบประเด็นไฟป่ามาสาดโคลน

views

นายโจ ไบเดน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากเดโมแครตปะทะประธานาบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรื่องไฟป่าทางตะวันตกของสหรัฐ และทำให้ไฟป่ากลายเป็นประเด็นหาเสียงเลือกตั้ง นายไบเดนเรียกประธานาธิบดีทรัมป์ว่า เป็น “มือเผาสภาพภูมิอากาศ” ที่ไม่ยอมรับว่าภาวะโลกร้อนมีส่วนสำคัญต่อปัญหาไฟป่าทางตะวันตกของสหรัฐ และบอกกับกลุ่มผู้สนับสนุนของเขาในรัฐเดลาแวร์ว่า หากทรัมป์ต้องอยู่ในทำเนียบขาวต่ออีก 4 ปี คุณจะได้เห็นไฟป่าในอเมริกาที่รุนแรงกว่านี้อย่างแน่นอน โดยนายไบเดน ซึ่งถูกพรรครีพับลิกันตำหนิว่า ไม่ได้ลงพื้นที่ภัยพิบัติได้พูดจากรัฐเดลาแวร์บ้านเกิดของเขาถึงภัยคุกคามจากสภาพอากาศที่รุนแรงที่นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศระบุว่า เป็นตัวเร่งไฟป่าในครั้งนี้

ด้านทรัมป์ ซึ่งโพลล์ระบุว่ามีคะแนนนิยมตามหลังไบเดนได้พบกับนักผจญเพลิง และเจ้าหน้าที่ในรัฐแคลิฟอร์เนียหลังถูกพรรคเดโมแครตโจมตีว่า ปิดปากเงียบเรื่องไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐ โดยผู้นำสหรัฐกล่าวว่า การจัดการป่าไม้คือกุญแจสำคัญในการควบคุมไฟป่า พร้อมระบุว่า การปรับการจัดการป่าไม้ เป็นสิ่งที่สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่การแก้ปัญหาเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ใช้เวลานานกว่า

จากนั้น ทรัมป์ไปหาเสียงที่เมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา เป็นการจัดกิจกรรมพบปะกับกลุ่มผู้สนับสนุนที่เป็นชาวลาติน โดยกล่าวขอบคุณกลุ่มผู้สนับสนุนและรับปากว่าจะดูแลชาวลาตินเป็นอย่างดีและไม่มีวันทอดทิ้ง ขณะเดียวกัน ก็กล่าวโจมตีนายไบเดนว่าไม่ดูแลความเป็นอยู่ของชาวลาติน ทั้งเรื่องการจ้างงานที่ปล่อยให้จีนมาแย่งตลาดแรงงานไปจากสหรัฐ การขึ้นภาษี และเพิ่มกฎระเบียบต่างๆ

ส่วนสถานการณ์ไฟป่าทั่วรัฐออริกอน แคลิฟอร์เนีย และวอชิงตันล่าสุด เพลิงได้เผาทำลายบ้านเรือนไปแล้วหลายพันหลัง รวมทั้งเมืองเล็กๆ อีกหลายเมือง โดยนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ไฟป่าได้เผาทำลายพื้นที่ไปแล้วกว่า 4 ล้านเอเคอร์ หรือกว่า 10 ล้านไร่ และคร่าชีวิตผู้คนไปแล้ว 36 คน

ทั้งนี้ ประเด็นไฟป่าและสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง กำลังเป็นอีกประเด็นสำคัญที่จะเป็นตัวชี้วัดการเลือกตั้งผู้นำสหรัฐฯในปลายปีนี้ แม้ว่าจะเป็นเพียงประเด็นรอง แต่เชื่อว่าน่าจะได้รับความสนใจจากอเมริกันชนในปีนี้ไม่น้อย และนับเป็นประเด็นที่ ทรัมป์ และ ไบเดน มีความเห็นแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยคณะทำงานของทรัมป์ ได้ปรับเปลี่ยนข้อบังคับที่เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมมากกว่า 70 ข้อ ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ส่วนไบเดน ได้เคลื่อนไหวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา พร้อมระบุว่า เขาจะขยายงบประมาณในแผนการเดิม จาก 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ เป็น 2 ล้านล้านดอลลาร์ ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และการสร้างงานสีเขียว หรือที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในรอบ 10 ปีข้างหน้า

TW-headbar