SMART NEWS

นิด้าโพล เผยคนไทยไม่เห็นด้วยให้ต่างชาติเข้าประเทศ 12 ก.ค. 63 09:07 น.

สถานการณ์ต่างประเทศ

ทหารเคลื่อน ควบคุมม็อบทั่วสหรัฐ ‘บุช’เตือนทรัมป์ทบทวน

views

กระทรวงกลาโหมสหรัฐเคลื่อนกำลังทหาร 1,600 นาย สู่กรุงวอชิงตัน ท่ามกลางม็อบประท้วง ไม่หวั่นเคอร์ฟิว-คำขู่“ทรัมป์”ปักหลักชุมนุมต่อเนื่อง ส่วนนครชิคาโก ปชช.สังเวย2ศพ ตร.รวบผู้ก่อจลาจลกว่า60 คน ด้าน อดีตประธานาธิบดี “บุช”เตือนสติทบทวนความล้มเหลวปมเหยียดสีผิว เปิดรับฟังความคิดเห็น

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานความคืบหน้าเหตุประท้วงในหลายรัฐทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา จากกรณีการเสียชีวิตของนายจอร์จ ฟลอยด์ ชายอเมริกันผิวสี ซึ่งถูกตำรวจเมืองมินนิอาโปลิส รัฐมินนิโซตา ควบคุมตัวหลังจากตกเป็นผู้ต้องสงสัยใช้ธนบัตรปลอม แต่กลับถูกใช้หัวเข่ากดที่ลำคอเป็นเวลานานจนขาดอากาศหายใจและเสียชีวิต โดยปรากฏคลิปวีดีโอเหตุการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ กลายเป็นประเด็นต่อต้านการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ และประเด็นการเหยียดสีผิว ว่าทางกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้แถลงการณ์ โดยมีเนื้อหาว่า มีการเคลื่อนย้ายกำลังพลประมาณ 1,600 นาย พร้อมยุทโธปกรณ์ เข้าสู่กรุงวอชิงตันและพื้นที่โดยรอบ แต่ไม่มีการประจำการในเขตใจกลางเมือง

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ซึ่งเข้าไปในพื้นที่นั้นไม่ได้ระบุว่ามาจากฐานทัพแห่งใด ซึ่งมีทั้งสารวัตรทหาร เจ้าหน้าที่เทคนิคฝ่ายโยธา และเจ้าหน้าที่สังกัดกองพันทหารราบ แม้ว่าทุกนายได้รับคำสั่งให้อยู่ในสถานะตื่นตัวและเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด แต่ก็ไม่ใช่การเข้าร่วมปฏิบัติการสนับสนุนด้านความมั่นคงให้กับหน่วยงานพลเรือน แต่อย่างใด

ทั้งนี้ สำหรับคำสั่งดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางเหตุชุมนุมประท้วงเรียกร้องความเท่าเทียมทางสีผิวทั่วสหรัฐฯ โดยบางพื้นที่ได้ทวีความรุนแรง ลุกลามบานปลาย กลายเป็นเหตุจลาจล มีการขโมยข้าวของ ทำลายทรัพย์สินตามร้านค้าและสถานที่ต่างๆ ทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ต้องออกมาขู่ว่าจะประกาศเคอร์ฟิวในระดับรัฐบาลกลาง และบังคับใช้กฎหมายปี 1807 เพื่อเคลื่อนกำลังทหารสหรัฐฯ ทั่วประเทศ เข้าไปควบคุมสถานการณ์

มีรายงานข่าวว่า หลังจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ว่ามีการเคลื่อนย้ายกำลังพล 1,600 นาย แต่ไมได้ประจำการในเขตใจกลางเมือง ท่ามกลางสถานการณ์การชุมนุมประท้วงที่ยังรุนแรงในหลายรัฐ ทำให้ผู้ชุมนุมยังคงหลั่งไหลกันออกมารวมตัวประท้วง โดยเคลื่อนไปถึงบริเวณด้านหน้าทำเนียบขาว แต่มีเจ้าหน้าที่คอยจับตาดูอย่างใกล้ชิด ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด ประกอบกับก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาแถลงขู่ว่าจะส่งกำลังทหารไปยุติการจลาจล ปล้นสะดม ทำลายทรัพย์สิน พร้อมกับเรียกร้องให้บรรดาผู้ว่าการรัฐ รีบจัดการกับการประท้วงให้ได้โดยเร็ว หากไม่ดำเนินการ เขาจะส่งทหารเข้าไปแก้ปัญหาเอง แต่แม้ว่าจะมีคำขู่ดังกล่าว ผู้ประท้วงในหลายเมืองก็ยังคงชุมนุมต่อไป

TW-headbar